ขึ้นทะเบียน licence per invoice ผ่านระบบ NSW

ขึ้นทะเบียน licence per invoice ผ่านระบบ NSW

สำนักงานอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นหน่วยกำกับดูแลการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้เปิดให้บริการการยื่นแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนนำเข้า (License per Invoice) สำหรับเครื่องสำอาง เป็นอันดับแรก และจะขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เป็นอันดับต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

ความจำเป็นในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย
ประเทศไทยมีบทบาทเป็นทั้งแหล่งผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปทั่วโลก และเป็นประตูการค้า ที่สามารถเปิดตลาดไปสู่ภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งเป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) ของอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว อีกทั้งในสถานการณ์ปัจจุบัน แนวโน้มการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นอันเนื่องมาจากกระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) ที่มีการเปิดเสรีทางการค้ามากขึ้น ผลักดันให้ภาคธุรกิจต้องยกระดับความสามารถในการดำเนินธุรกิจในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ ทั้งการลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ๆ เสนอลูกค้า การบริหารจัดการกระบวนการนำส่งสินค้าและบริการจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคตลอดห่วงโซ่อุปทาน หรือการบริหารจัดการโลจิสติกส์ จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่ผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นแหล่งที่มาของความได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งในระดับธุรกิจและระดับประเทศ
แม้ว่าระยะเวลาที่ผ่านมา หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ของไทย ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันวิชาการ และสื่อสารมวลชน จะได้แสดงออกถึงความตื่นตัว และความพยายามร่วมกันในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทย แต่จากการศึกษา รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ถึงสถานภาพของระบบโลจิสติกส์ของไทยในปัจจุบัน พบว่า ประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ของไทยยังต่ำกว่าประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ เนื่องมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจการค้าโลก และปัจจัยทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

การดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อรองรับโลจิสติกส์
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย จึงมุ่งพัฒนาระบบเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานเพื่อ Data crossing และพัฒนาระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดและทดแทนเอกสารกระดาษและมุ่งสู่ระบบการค้าไร้กระดาษ (Paperless Trade) ซึ่งการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อรองรับแนวทางการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทยต้องครอบคลุมความต้องการในด้านต่างๆ ๓ ด้านคือ
1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยราชการต่างๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
2) การพัฒนาระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
3) การทำงานและให้บริการแบบไร้กระดาษโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจึงได้เตรียมความพร้อมทั้งของข้อมูลและระบบฐานข้อมูลให้มีความสามารถในการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานได้อย่างราบรื่น ถูกต้อง และทันกาล (Real time) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
จึงได้พัฒนาเข้าสู่การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมศุลกากร ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลการตรวจสอบนำเข้าระหว่าง 2 หน่วยงาน ผ่านระบบ National Single Window (NSW) สำนักด่านอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นหน่วยกำกับดูแลการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้เปิดให้บริการการยื่นแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนนำเข้า (License per Invoice) สำหรับเครื่องสำอาง เป็นอันดับแรก และจะขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เป็นอันดับต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

โลจิสติกส์ของไทย แต่จากการศึกษา รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ถึงสถานภาพของระบบโลจิสติกส์ของไทยในปัจจุบัน พบว่า ประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ของไทยยังต่ำกว่าประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ เนื่องมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจการค้าโลก และปัจจัยทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
การดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อรองรับโลจิสติกส์
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย จึงมุ่งพัฒนาระบบเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานเพื่อ Data crossing และพัฒนาระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดและทดแทนเอกสารกระดาษและมุ่งสู่ระบบการค้าไร้กระดาษ (Paperless Trade) ซึ่งการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อรองรับแนวทางการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทยต้องครอบคลุมความต้องการในด้านต่างๆ ๓ ด้านคือ
1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยราชการต่างๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
2) การพัฒนาระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
3) การทำงานและให้บริการแบบไร้กระดาษโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจึงได้เตรียมความพร้อมทั้งของข้อมูลและระบบฐานข้อมูลให้มีความสามารถในการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานได้อย่างราบรื่น ถูกต้อง และทันกาล (Real time) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
จึงได้พัฒนาเข้าสู่การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมศุลกากร ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลการตรวจสอบนำเข้าระหว่าง 2 หน่วยงาน ผ่านระบบ National Single Window (NSW) สำนักด่านอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นหน่วยกำกับดูแลการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้เปิดให้บริการการยื่นแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนนำเข้า (License per Invoice) สำหรับเครื่องสำอาง เป็นอันดับแรก และจะขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เป็นอันดับต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

About the author

TheToey administrator